สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบเด็กสามคนที่ฉลาด มี IQ สูง คนแรกอายุ 11 ปี มีอารมณ์เศร้า รู้สึกเพื่อนไม่ยอมรับ แต่เก็บความรู้สึกแย่ๆ เอาไว้คนเดียว คนที่สองอายุ 16 ปี พ่อแม่บรรยายว่า มีอารมณ์เกรี้ยวกราด พอคุยกันเด็กก็เล่าว่ารู้สึกเบื่อ อยากจะหลับและไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก


ส่วนคนที่สามนั้นมีอายุ 14 ปี ไม่ส่งการบ้าน งานค้าง จนครูต้องเรียกให้พ่อแม่ไปพบ ทั้งสามคนนี้ตรวจพบว่ามีอารมณ์เศร้า จริงๆแล้ว เด็กทั้งสามมาจากครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้า ฐานะดี พ่อแม่ก็ตั้งใจเลี้ยงลูกดี แต่ทั้งสามคนขาดสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การดูแลแบบ affirmative caring


คำว่า affirmative แปลว่ายืนยัน รับรอง เห็นพ้อง สนับสนุน affirmative caring หมายถึง การฟูมฟักเลี้ยงดูที่ทำให้ตัวตนของเด็กมั่นคง โดยให้ความสำคัญต่อแด็กและให้การประคับประคองทางอารมณ์ต่อเด็กอย่างเหมาะสม การที่พ่อแม่จะดูแลลูกในแบบนี้ได้ เขาจะต้องเอาใจใส่ลูกทางอารมณ์


ไม่ใช่เฉพาะทางกาย การดูแลแบบ affirmative caring นี้มีผลต่อภาพลักษณ์ของเด็ก ความสามารถในการปรับตัวกับปัญหา รวมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต การศึกษาโดยติดตามนักศึกษามหาวิทยาลัย Harvard เป็นเวลานานถึง 35 ปีพบว่า ผู้ที่พ่อแม่อบอุ่น ให้การดูแลเอาใจใส่และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะมีสุขภาพแข็งแรงกว่าและป่วยเป็นโรครุนแรงเช่น โรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง น้อยกว่าผู้ที่พ่อแม่ไม่ค่อยอบอุ่นและไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน


Affirmative caring อาจทำได้โดยใช้เวลากับลูกประมาณวันละ 20 นาที ทุกวัน ในเวลาดังกล่าวคุณต้องทำอะไรบางอย่างกับลูก ในลูกเล็ก มักจะเป็นการเล่น ในลูกวัยรุ่นก็อาจเป็นการพูดคุยกันหรือทำสิ่งที่ชอบด้วยกันก็ได้ สิ่งที่สำคัญคือ การใช้เวลาดังกล่าวจะต้องมีลักษณะดังนี้


• มีบรรยากาศแห่งการยอมรับในตัวลูก ไม่ตัดสินผิด/ถูก ควร/ไม่ควร(nonjudgemental)

• ให้ความสนใจในสิ่งที่ลูกทำ

• มีความกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา ไม่ใช่แสดงความเบื่อหน่าย

• ชมเชยเมื่อลูกทำสิ่งที่ดี

• ไม่ออกคำสั่ง แต่ใช้วิธีเสนอแนะหากจะให้ลูกทำอะไรบางอย่าง


ทั้งนี้เพื่อให้ลูกมีโอกาสตัดสินใจเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง วันนี้ ลองมาฝึก affirmative caring กับลูกหน่อย ดีไหมคะ? และหากอยากรู้เรื่องนี้มากขึ้น ขอแนะนำให้อ่าน สร้าง EQ ให้ลูกคุณ สั่งซื้อได้ที่ http://www.dr-umaporn.com/book/build-eq-children.html ค่ะ